พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569

พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569

ทนายความคดีปกครอง ทนายคดีเวนคืน ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดิน การรับเงินค่าทดแทน และการฟ้องคดีปกครอง โทร. 063-6364547

 

พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569

สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569:

พระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 38 ก วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 เพื่อปรับปรุงบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล โดยเฉพาะเรื่องการจัดการทรัพย์สินของผู้ถูกเวนคืน การรับเงินค่าทดแทนที่วางไว้ต่อศาลหรือสำนักงานวางทรัพย์ การรื้อถอนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น และกระบวนการคืนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่เจ้าของเดิมหรือทายาท ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญใน การเวนคืนที่ดิน ค่าทดแทนการเวนคืน และ คดีปกครอง ที่ประชาชนควรทำความเข้าใจอย่างรอบคอบ

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา 3 แก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 โดยกำหนดหลักเกณฑ์กรณีมีเหตุจำเป็นและคณะกรรมการไม่อาจกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด รัฐมนตรีอาจอนุมัติให้ขยายระยะเวลาได้เท่าที่จำเป็น แต่ต้องไม่เกิน 180 วัน พร้อมต้องประกาศและระบุเหตุผลของการขยายระยะเวลาไว้ด้วย

มาตรา 4 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 44 เกี่ยวกับการรื้อถอนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการ โดยให้เจ้าหน้าที่แจ้งเจ้าของมารับทรัพย์สินที่รื้อถอนไปภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากพ้นกำหนดแล้วเจ้าของไม่มารับ เจ้าหน้าที่มีอำนาจขายทรัพย์สินนั้นโดยวิธีขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นที่เห็นสมควร และเงินที่ได้จากการขายหลังหักค่าเก็บรักษาและค่าใช้จ่ายให้ส่งคืนแก่เจ้าของโดยเร็ว หากทรัพย์สินยังไม่ได้ขายและเจ้าของมารับคืน ก็ให้คืนแก่เจ้าของไป

มาตรา 5 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 48 เกี่ยวกับเงินค่าทดแทนที่วางไว้ต่อศาลหรือสำนักงานวางทรัพย์ หากผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนไม่มารับภายใน 5 ปีนับแต่วันที่มีสิทธิขอรับเงิน หรือวันที่คดีถึงที่สุดในบางกรณี ให้เจ้าหน้าที่ถอนเงินที่วางไว้นั้นคืนมา และให้ถือว่าได้มีการวางเงินตามที่กฎหมายบัญญัติแล้ว ทั้งนี้ ให้ใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวกับการวางเงินโดยฝากไว้กับธนาคารออมสินด้วย โดยระยะเวลา 5 ปีให้นับแต่วันที่ได้ฝากเงินไว้

มาตรา 6 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 59 เกี่ยวกับกรณีผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนไม่พอใจคำวินิจฉัยของรัฐมนตรี หรือเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามกฎหมายแล้วยังไม่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย โดยให้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย หรือพ้นกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้อง หากศาลหรือรัฐมนตรีกำหนดเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารออมสินตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

มาตรา 7 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 77 เกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการพิจารณาการคืนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่เจ้าของเดิมหรือทายาท โดยให้มีคณะกรรมการประกอบด้วยเจ้าหน้าที่เวนคืนเป็นประธาน ผู้แทนกรมธนารักษ์ และผู้แทนกรมที่ดินเป็นกรรมการ เพื่อพิจารณาการคืนอสังหาริมทรัพย์ และให้แจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้ยื่นคำร้องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

มาตรา 8 กำหนดบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือเงินที่เก็บไว้แทนตามมาตรา 44 และเงินที่วางไว้ตามมาตรา 48 ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยให้พระราชบัญญัติฉบับเดิมซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับกับทรัพย์สินหรือเงินดังกล่าว เว้นแต่เรื่องระยะเวลา 5 ปีตามมาตรา 48 ให้เริ่มนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา 9 กำหนดให้การใดที่คณะกรรมการตามมาตรา 77 แห่งพระราชบัญญัติเดิมได้ดำเนินการไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีผลใช้ได้ และให้การดำเนินการต่อไปเป็นอำนาจของคณะกรรมการซึ่งประกอบขึ้นตามบทบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่

มาตรา 10 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับบทบัญญัติบางประการของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 ว่ายังไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล อีกทั้งบทบัญญัติบางมาตรายังไม่สอดคล้องกับการบังคับใช้ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะกระบวนการพิจารณาคืนอสังหาริมทรัพย์ที่มีองค์ประกอบของคณะกรรมการจากหลายหน่วยงาน ทำให้การพิจารณาขาดความคล่องตัว จึงมีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน เงินค่าทดแทน และการคืนอสังหาริมทรัพย์เป็นไปอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

สรุปรายละเอียดสาระสำคัญ:

พระราชบัญญัติฉบับนี้มีความสำคัญต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืน เพราะเป็นการปรับปรุงกฎหมายหลักที่ใช้ในกระบวนการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ โดยเฉพาะเมื่อการเวนคืนเกี่ยวข้องกับสิทธิในทรัพย์สินของเอกชน กฎหมายจึงต้องวางหลักเกณฑ์ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้เท่าที่จำเป็น และต้องมีระบบคุ้มครองเจ้าของทรัพย์สินอย่างเหมาะสม หากเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐ การกำหนดค่าทดแทน หรือขั้นตอนการคืนอสังหาริมทรัพย์ เรื่องดังกล่าวอาจนำไปสู่ คดีปกครอง ได้

ประเด็นแรก การขยายระยะเวลาในการกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้น กฎหมายใหม่เปิดช่องให้รัฐมนตรีอนุมัติขยายเวลาได้เมื่อมีเหตุจำเป็น แต่ต้องไม่เกิน 180 วัน และต้องประกาศพร้อมเหตุผล การกำหนดเงื่อนไขเช่นนี้ช่วยให้กระบวนการของรัฐมีความยืดหยุ่นในกรณีซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นกลไกตรวจสอบไม่ให้หน่วยงานรัฐยืดเวลาโดยไม่มีเหตุผล เจ้าของที่ดินจึงควรติดตามประกาศและเหตุผลของการขยายเวลา เพราะอาจเกี่ยวข้องกับสิทธิในการได้รับ ค่าทดแทนการเวนคืน อย่างเป็นธรรม

ประเด็นต่อมาคือ การจัดการทรัพย์สินที่ถูกรื้อถอน เช่น โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น หากเจ้าหน้าที่เป็นผู้รื้อถอน เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้เจ้าของมารับคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 30 วัน หากเจ้าของไม่มารับคืน กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ขายทรัพย์สินนั้นและส่งคืนเงินที่ได้หลังหักค่าใช้จ่ายแก่เจ้าของโดยเร็ว หลักเกณฑ์นี้สะท้อนว่าทรัพย์สินของผู้ถูกเวนคืนยังคงต้องได้รับการคุ้มครอง แม้จะอยู่ในขั้นตอนดำเนินโครงการของรัฐก็ตาม

อีกประเด็นสำคัญคือ เงินค่าทดแทนที่วางไว้ต่อศาล สำนักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้กับธนาคารออมสิน หากผู้มีสิทธิไม่มารับภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่อาจถอนเงินคืนมาได้  และกำหนดบทเฉพาะกาลเพื่อจัดการเงินหรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นก่อนกฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับ ประชาชนที่เกี่ยวข้องจึงควรตรวจสอบสถานะเงินค่าทดแทนของตนอย่างใกล้ชิด

ในส่วนของการโต้แย้งเงินค่าทดแทน กฎหมายยังคงเปิดช่องให้ผู้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ หากไม่พอใจคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีหรือไม่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยมีกรอบเวลาฟ้องคดี 1 ปีในกรณีที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้เป็นจุดที่ประชาชนควรระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะกำหนดเวลาฟ้องคดีมีผลต่อสิทธิในการดำเนินคดี หากพ้นกำหนดอาจทำให้เสียโอกาสในการเรียกร้องความเป็นธรรม การปรึกษา ทนายความคดีปกครอง หรือ ที่ปรึกษาคดีปกครอง ตั้งแต่ได้รับหนังสือแจ้งหรือทราบผลการพิจารณาจึงเป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงได้

สำหรับการคืนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่เจ้าของเดิมหรือทายาท กฎหมายฉบับนี้ปรับองค์ประกอบของคณะกรรมการให้มีความชัดเจนและคล่องตัวมากขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่เวนคืนเป็นประธาน ผู้แทนกรมธนารักษ์และผู้แทนกรมที่ดินเป็นกรรมการ เพื่อพิจารณาการคืนอสังหาริมทรัพย์ ประเด็นนี้มีความสำคัญในกรณีที่รัฐไม่ได้ใช้ที่ดินตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน หรือมีเหตุที่เจ้าของเดิมหรือทายาทประสงค์ขอคืนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นข้อพิพาทที่เข้าสู่ ศาลปกครอง ได้เช่นกัน

โดยสรุป พระราชบัญญัติฉบับนี้ทำให้กฎหมายเวนคืนมีรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้นในหลายมิติ ทั้งเรื่องระยะเวลาการกำหนดราคา การจัดการทรัพย์สินที่ถูกรื้อถอน การถอนเงินค่าทดแทนที่ไม่มีผู้มารับ การฟ้องคดีเกี่ยวกับค่าทดแทน และการพิจารณาคืนอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของที่ดินหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนควรอ่านหนังสือแจ้งจากหน่วยงานรัฐอย่างละเอียด เก็บเอกสารหลักฐานทุกฉบับ และติดตามกำหนดเวลาตามกฎหมาย เพราะสิทธิตามกฎหมายเวนคืนมักผูกกับระยะเวลาและขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง

คำสำคัญ:

คดีปกครอง, ศาลปกครอง, การเวนคืนที่ดิน, ค่าทดแทนการเวนคืน, การฟ้องคดีปกครอง, สิทธิของผู้ถูกเวนคืน, การคืนอสังหาริมทรัพย์, ทนายความคดีปกครอง, ที่ปรึกษาคดีปกครอง, สำนักงานคดีปกครอง, สำนักงานทนายความคดีปกครอง, ทนายคดีเวนคืน

บทความที่เกี่ยวข้อง:

———————————————
สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง
ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw 

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 3 และวงจรที่ 4 (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า) (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 3 และวงจรที่ 4 (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า) (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

สาระสำคัญของประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 3 และวงจรที่ 4 (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า) (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

เรื่อง: ประกาศฉบับนี้กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 3 และวงจรที่ 4 ในช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้แนวเขตมีความเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว โดยเป็นการดำเนินการตามโครงการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

การยกเลิกแนวเขตเดิม: ประกาศนี้ให้ยกเลิกทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าเดิมในช่วงเริ่มต้นจาก กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 9 + 685.00 ไปยัง กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 10 + 889.74 รวมระยะทางประมาณ 1,204.74 เมตร ซึ่งพาดผ่านท้องที่ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

การกำหนดแนวเขตใหม่: กำหนดพื้นที่แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 3 และวงจรที่ 4 ในช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยเริ่มต้นจาก กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 9 + 685.00 และสิ้นสุดที่ กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 10 + 894.02 BK. หรือ กม. 10 + 889.74 AH. รวมระยะทางประมาณ 1,209.02 เมตร

ความกว้างของเขต: กำหนดความกว้างของเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยวัดจากแนวศูนย์กลางของเสาสายส่งไฟฟ้าออกไปด้านละ 30.00 เมตร รวมสองด้านกว้าง 60.00 เมตร

พื้นที่พาดผ่าน: แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านท้องที่ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยมีแผนผังแสดงรายละเอียดแนบท้ายประกาศจำนวน 1 แผ่น

อำนาจดำเนินการของ กฟผ.: ภายในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า กฟผ. มีอำนาจวางระบบโครงข่ายไฟฟ้าไปใต้ เหนือ ตาม หรือข้ามระบบโครงข่ายพลังงานของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือพื้นที่ของบุคคลใด รวมทั้งมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับเสา อุปกรณ์ สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ หรือพืชผลในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าตามที่กฎหมายกำหนด

การจ่ายค่าทดแทน: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะพิจารณากำหนดราคาที่ดินและทรัพย์สิน เพื่อให้ กฟผ. ใช้คำนวณจ่ายค่าทดแทนที่ดิน ค่าทดแทนที่ตั้งเสาไฟฟ้า ค่าทดแทนการรื้อถอนโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ค่าทดแทนต้นไม้หรือพืชผล และค่าทดแทนทรัพย์สินอื่นแก่เจ้าของ ผู้ครอบครองทรัพย์สิน หรือผู้ทรงสิทธิอื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย

สิทธิในการอุทธรณ์: เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการหรือจำนวนเงินค่าทดแทน สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ.

วันที่ประกาศ: ประกาศ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

สรุปรายละเอียดสาระสำคัญ:

ประกาศฉบับนี้เป็นการปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 3 และวงจรที่ 4 ในพื้นที่ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยมีสาระสำคัญคือการยกเลิกแนวเขตเดิมบางช่วงและกำหนดแนวเขตใหม่แทน เพื่อให้การวางระบบโครงข่ายไฟฟ้ามีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และการใช้ประโยชน์ในบริเวณดังกล่าว ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับ คดีปกครอง เพราะเป็นการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐที่อาจกระทบต่อสิทธิในที่ดินและทรัพย์สินของประชาชน

แม้การประกาศกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าจะไม่ทำให้เจ้าของที่ดินสูญเสียกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยทันที แต่เจ้าของหรือผู้มีสิทธิครอบครองต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินให้สอดคล้องกับข้อจำกัดในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า เช่น การปลูกสร้างอาคาร โรงเรือน ต้นไม้ หรือการดำเนินการใดที่อาจเป็นอันตรายหรือเป็นอุปสรรคต่อระบบไฟฟ้า หากเห็นว่าการกำหนดเขต การปรับแนว หรือการดำเนินการของหน่วยงานรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ได้รับผลกระทบอาจพิจารณาแนวทาง การเพิกถอนคำสั่ง หรือใช้สิทธิทาง ศาลปกครอง

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือค่าทดแทน ผู้ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าการสำรวจที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ พืชผล และทรัพย์สินอื่นในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าครบถ้วนหรือไม่ เพราะค่าทดแทนอาจเกี่ยวข้องทั้งราคาที่ดิน ความเสียหายจากการถูกจำกัดการใช้ประโยชน์ มูลค่าทรัพย์สินที่ลดลง และค่าเสียหายจากการรื้อถอนหรือปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่ หากเห็นว่าค่าทดแทนไม่เป็นธรรม ควรปรึกษาที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อประเมินพยานหลักฐานและกำหนดแนวทางดำเนินการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

ผลกระทบต่อเจ้าของที่ดินและผู้ครอบครองทรัพย์สิน:

ผู้ที่มีที่ดินอยู่ในแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 3 และวงจรที่ 4 โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ควรตรวจสอบแผนผังแนบท้ายประกาศอย่างละเอียด ทั้งแนวเขตเดิมที่ถูกยกเลิก แนวเขตใหม่ที่ปรับแก้ จุด กม. 9 + 685.00 ถึง กม. 10 + 894.02 BK. หรือ กม. 10 + 889.74 AH. และระยะห่างจากแนวศูนย์กลางเสาสายส่งไฟฟ้า เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีผลต่อการประเมินสิทธิ การคัดค้าน และจำนวนค่าทดแทนที่จะได้รับ

สิทธิการอุทธรณ์และการคัดค้าน:

การใช้ สิทธิการอุทธรณ์ ต้องทำเป็นหนังสือ โดยควรระบุข้อโต้แย้ง ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานประกอบให้ครบถ้วน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. การปล่อยให้พ้นกำหนดเวลาอาจทำให้การใช้สิทธิในภายหลังมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการของ ศาลปกครอง

ประเด็นค่าทดแทนที่ควรพิจารณา:

ค่าทดแทนในคดีเกี่ยวกับเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาที่ดินตามตัวเลขประเมินเท่านั้น แต่ควรพิจารณาความเสียหายจริงจากภาระจำกัดสิทธิ เช่น ไม่สามารถปลูกสร้างหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ตามเดิม ผลกระทบต่อมูลค่าที่ดิน การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และความเสียหายต่อต้นไม้หรือพืชผล การรวบรวมเอกสารสิทธิ ภาพถ่าย แผนที่ รายการทรัพย์สิน และหลักฐานราคาซื้อขายในพื้นที่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ข้อควรระวังในการดำเนินคดี:

ข้อพิพาทลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับทั้งข้อเท็จจริงทางพื้นที่และข้อกฎหมายปกครอง โดยเฉพาะกรณีที่มีการปรับแก้ทิศทางและแนวเขตจากแนวเดิม ผู้ได้รับผลกระทบจึงควรตรวจสอบหนังสือแจ้ง แผนผังแนบท้ายประกาศ รายงานสำรวจ และรายละเอียดค่าทดแทนตั้งแต่ต้น หากพบความคลาดเคลื่อนหรือไม่เป็นธรรม ควรรีบขอคำปรึกษาจาก ที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อป้องกันการเสียสิทธิจากระยะเวลาอุทธรณ์หรือระยะเวลาฟ้องคดี

บทสรุปทางกฎหมาย:

ประกาศกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าฉบับนี้เป็นกฎหมายเฉพาะที่มีผลต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชนในพื้นที่ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน แม้รัฐมีอำนาจดำเนินโครงการเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่การใช้อำนาจดังกล่าวต้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และต้องมีค่าทดแทนที่เหมาะสม หากประชาชนเห็นว่าถูกกระทบสิทธิเกินสมควร ย่อมมีช่องทางอุทธรณ์ คัดค้าน และดำเนิน คดีปกครอง เพื่อคุ้มครองสิทธิของตน

คำสำคัญ:
คดีปกครอง, ศาลปกครอง, การเพิกถอนคำสั่ง, สิทธิการอุทธรณ์, ค่าทดแทนที่ดิน, เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า, กฟผ., ทนายความคดีปกครอง, ที่ปรึกษาคดีปกครอง

———————————————
สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง

ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw 

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ บางละมุง 2 – ปลวกแดง (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า) ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ บางละมุง 2 – ปลวกแดง (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า) ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

สาระสำคัญของประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ บางละมุง 2 – ปลวกแดง (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า) ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

เรื่อง: ประกาศฉบับนี้กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ บางละมุง 2 – ปลวกแดง ในช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้แนวเขตมีความเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว โดยเป็นการดำเนินการตามโครงการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

การยกเลิกแนวเขตเดิม: ประกาศนี้ให้ยกเลิกทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าเดิมในช่วงเริ่มต้นจาก กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 10 + 397.43 ไปยัง กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 10 + 671.14 รวมระยะทางประมาณ 273.72 เมตร ซึ่งพาดผ่านท้องที่ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง

การกำหนดแนวเขตใหม่: กำหนดพื้นที่แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ บางละมุง 2 – ปลวกแดง ในช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยเริ่มต้นจาก กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 10 + 397.43 และสิ้นสุดที่ กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 10 + 670.84 BK. หรือ กม. 10 + 671.14 AH. รวมระยะทางประมาณ 273.41 เมตร

ความกว้างของเขต: กำหนดความกว้างของเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยวัดจากแนวศูนย์กลางของเสาสายส่งไฟฟ้าออกไปด้านละ 30.00 เมตร รวมสองด้านกว้าง 60.00 เมตร

พื้นที่พาดผ่าน: แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านท้องที่ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โดยมีแผนผังแสดงรายละเอียดแนบท้ายประกาศจำนวน 1 แผ่น

อำนาจดำเนินการของ กฟผ.: ภายในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า กฟผ. มีอำนาจวางระบบโครงข่ายไฟฟ้าไปใต้ เหนือ ตาม หรือข้ามระบบโครงข่ายพลังงานของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือพื้นที่ของบุคคลใด รวมทั้งมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับเสา อุปกรณ์ สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ หรือพืชผลในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าตามที่กฎหมายกำหนด

การจ่ายค่าทดแทน: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะพิจารณากำหนดราคาที่ดินและทรัพย์สิน เพื่อให้ กฟผ. ใช้คำนวณจ่ายค่าทดแทนที่ดิน ค่าทดแทนที่ตั้งเสาไฟฟ้า ค่าทดแทนการรื้อถอนโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ค่าทดแทนต้นไม้หรือพืชผล และค่าทดแทนทรัพย์สินอื่นแก่เจ้าของ ผู้ครอบครองทรัพย์สิน หรือผู้ทรงสิทธิอื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย

สิทธิในการอุทธรณ์: เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการหรือจำนวนเงินค่าทดแทน สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ.

วันที่ประกาศ: ประกาศ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

สรุปรายละเอียดสาระสำคัญ:

ประกาศฉบับนี้เป็นการปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ บางละมุง 2 – ปลวกแดง ในพื้นที่ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โดยมีสาระสำคัญคือการยกเลิกแนวเขตเดิมบางช่วงและกำหนดแนวเขตใหม่แทน เพื่อให้การวางระบบโครงข่ายไฟฟ้ามีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และการใช้ประโยชน์ในบริเวณดังกล่าว ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับ คดีปกครอง เพราะเป็นการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐที่อาจกระทบต่อสิทธิในที่ดินและทรัพย์สินของประชาชน

แม้การประกาศกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าจะไม่ทำให้เจ้าของที่ดินสูญเสียกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยทันที แต่เจ้าของหรือผู้มีสิทธิครอบครองต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินให้สอดคล้องกับข้อจำกัดในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า เช่น การปลูกสร้างอาคาร โรงเรือน ต้นไม้ หรือการดำเนินการใดที่อาจเป็นอันตรายหรือเป็นอุปสรรคต่อระบบไฟฟ้า หากเห็นว่าการกำหนดเขต การปรับแนว หรือการดำเนินการของหน่วยงานรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ได้รับผลกระทบอาจพิจารณาแนวทาง การเพิกถอนคำสั่ง หรือใช้สิทธิทาง ศาลปกครอง

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือค่าทดแทน ผู้ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าการสำรวจที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ พืชผล และทรัพย์สินอื่นในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าครบถ้วนหรือไม่ เพราะค่าทดแทนอาจเกี่ยวข้องทั้งราคาที่ดิน ความเสียหายจากการถูกจำกัดการใช้ประโยชน์ มูลค่าทรัพย์สินที่ลดลง และค่าเสียหายจากการรื้อถอนหรือปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่ หากเห็นว่าค่าทดแทนไม่เป็นธรรม ควรปรึกษาที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อประเมินพยานหลักฐานและกำหนดแนวทางดำเนินการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

ผลกระทบต่อเจ้าของที่ดินและผู้ครอบครองทรัพย์สิน:

ผู้ที่มีที่ดินอยู่ในแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ บางละมุง 2 – ปลวกแดง โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ควรตรวจสอบแผนผังแนบท้ายประกาศอย่างละเอียด ทั้งแนวเขตเดิมที่ถูกยกเลิก แนวเขตใหม่ที่ปรับแก้ จุด กม. 10 + 397.43 ถึง กม. 10 + 670.84 BK. หรือ กม. 10 + 671.14 AH. และระยะห่างจากแนวศูนย์กลางเสาสายส่งไฟฟ้า เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีผลต่อการประเมินสิทธิ การคัดค้าน และจำนวนค่าทดแทนที่จะได้รับ

สิทธิการอุทธรณ์และการคัดค้าน:

การใช้ สิทธิการอุทธรณ์ ต้องทำเป็นหนังสือ โดยควรระบุข้อโต้แย้ง ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานประกอบให้ครบถ้วน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. การปล่อยให้พ้นกำหนดเวลาอาจทำให้การใช้สิทธิในภายหลังมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการของ ศาลปกครอง

ประเด็นค่าทดแทนที่ควรพิจารณา:

ค่าทดแทนในคดีเกี่ยวกับเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาที่ดินตามตัวเลขประเมินเท่านั้น แต่ควรพิจารณาความเสียหายจริงจากภาระจำกัดสิทธิ เช่น ไม่สามารถปลูกสร้างหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ตามเดิม ผลกระทบต่อมูลค่าที่ดิน การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และความเสียหายต่อต้นไม้หรือพืชผล การรวบรวมเอกสารสิทธิ ภาพถ่าย แผนที่ รายการทรัพย์สิน และหลักฐานราคาซื้อขายในพื้นที่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ข้อควรระวังในการดำเนินคดี:

ข้อพิพาทลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับทั้งข้อเท็จจริงทางพื้นที่และข้อกฎหมายปกครอง โดยเฉพาะกรณีที่มีการปรับแก้ทิศทางและแนวเขตจากแนวเดิม ผู้ได้รับผลกระทบจึงควรตรวจสอบหนังสือแจ้ง แผนผังแนบท้ายประกาศ รายงานสำรวจ และรายละเอียดค่าทดแทนตั้งแต่ต้น หากพบความคลาดเคลื่อนหรือไม่เป็นธรรม ควรรีบขอคำปรึกษาจาก ที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อป้องกันการเสียสิทธิจากระยะเวลาอุทธรณ์หรือระยะเวลาฟ้องคดี

บทสรุปทางกฎหมาย:

ประกาศกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าฉบับนี้เป็นกฎหมายเฉพาะที่มีผลต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชนในพื้นที่ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง แม้รัฐมีอำนาจดำเนินโครงการเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่การใช้อำนาจดังกล่าวต้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และต้องมีค่าทดแทนที่เหมาะสม หากประชาชนเห็นว่าถูกกระทบสิทธิเกินสมควร ย่อมมีช่องทางอุทธรณ์ คัดค้าน และดำเนิน คดีปกครอง เพื่อคุ้มครองสิทธิของตน

คำสำคัญ:
คดีปกครอง, ศาลปกครอง, การเพิกถอนคำสั่ง, สิทธิการอุทธรณ์, ค่าทดแทนที่ดิน, เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า, กฟผ., ทนายความคดีปกครอง, ที่ปรึกษาคดีปกครอง

———————————————
สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง

ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw 

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พ.ศ. 2569

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พ.ศ. 2569

ทนายความคดีปกครอง ทนายคดีเวนคืน ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดินและค่าทดแทน โทร. 063-6364547

 

พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พ.ศ. 2569

สรุปสาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พ.ศ. 2569:

พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 21 ก วันที่ 16 มีนาคม 2569 มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อประโยชน์แก่การชลประทานในการก่อสร้างคลองระบายน้ำ อาคารประกอบ และสิ่งจำเป็นในการชลประทานอื่นตามโครงการคลองระบายน้ำคลองตง ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมถึงการนำที่ดินไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ การเวนคืนที่ดิน ค่าทดแทนการเวนคืน และสิทธิของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พ.ศ. 2569

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา 3 ที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์แก่การชลประทานในการก่อสร้างคลองระบายน้ำ อาคารประกอบ และสิ่งจำเป็นในการชลประทานอื่นตามโครงการคลองระบายน้ำคลองตง ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเพื่อนำที่ดินไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน

มาตรา 4 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดสามปี

มาตรา 5 เขตที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้ อยู่ในท้องที่ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 6 ให้เริ่มต้นเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายในแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้ภายในหนึ่งร้อยหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

มาตรา 7 ให้กรมชลประทานเป็นเจ้าหน้าที่ในการเวนคืน

มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องก่อสร้างคลองระบายน้ำ อาคารประกอบ และสิ่งจำเป็นในการชลประทานอื่นตามโครงการคลองระบายน้ำคลองตง ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในท้องที่ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อประโยชน์แก่การชลประทานสำหรับพื้นที่การเกษตร การอุปโภคและบริโภค ตลอดจนการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย และเพื่อนำที่ดินไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน สมควรกำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่ดังกล่าว เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าไปทำการสำรวจ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องได้มาโดยแน่ชัด จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

สรุปรายละเอียดสาระสำคัญ:

พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐกำหนดแนวเขตที่ดินที่จะถูกสำรวจและอาจถูกเวนคืนในอนาคต โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อก่อสร้างคลองระบายน้ำคลองตง พร้อมอาคารประกอบและสิ่งจำเป็นในการชลประทานในพื้นที่ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการชลประทานสำหรับพื้นที่เกษตร การใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และการป้องกันหรือบรรเทาอุทกภัย อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการของรัฐกระทบต่อกรรมสิทธิ์ในที่ดินของประชาชน เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ควรตรวจสอบแนวเขต แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา และขั้นตอนการสำรวจอย่างรอบคอบ เพราะเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับ คดีปกครอง หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐ

ประเด็นสำคัญที่ประชาชนควรทราบคือ พระราชกฤษฎีกานี้ยังมิใช่คำสั่งให้เวนคืนที่ดินทันทีในทุกกรณี แต่เป็นการกำหนดเขตเพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ภายในแนวเขตที่กำหนด โดยต้องเริ่มต้นเข้าสำรวจภายใน 160 วันนับแต่วันที่กฎหมายใช้บังคับ ขั้นตอนการสำรวจจึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เจ้าของที่ดินควรติดตาม เพราะข้อมูลจากการสำรวจจะนำไปใช้ประกอบการพิจารณาว่าอสังหาริมทรัพย์ใดจำเป็นต้องได้มาเพื่อโครงการ และอาจนำไปสู่การกำหนด ค่าทดแทนการเวนคืน ในลำดับต่อไป

สำหรับเจ้าของที่ดินที่ได้รับผลกระทบ ควรจัดเตรียมเอกสารสิทธิ หลักฐานการครอบครอง หลักฐานการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ภาพถ่ายสิ่งปลูกสร้าง พืชผล ต้นไม้ หรือกิจการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ไว้ให้ครบถ้วน เพราะเอกสารเหล่านี้อาจมีผลต่อการประเมินราคาทรัพย์สินและการเรียกร้องค่าทดแทน หากเห็นว่าการดำเนินการของรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นธรรม หรือกำหนดค่าทดแทนต่ำกว่าความเสียหายที่แท้จริง ควรปรึกษา ทนายความคดีปกครอง หรือ ที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อพิจารณาแนวทางใช้สิทธิตามกฎหมายอย่างเหมาะสม

ในทางกฎหมายปกครอง การเวนคืนเป็นการใช้อำนาจรัฐที่กระทบสิทธิในทรัพย์สินของเอกชน แม้รัฐจะดำเนินโครงการเพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น การชลประทานและการป้องกันอุทกภัย แต่การดำเนินการต้องอยู่ภายใต้หลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน ความเป็นธรรม และต้องมีกระบวนการกำหนดค่าทดแทนที่เหมาะสม หากประชาชนได้รับความเสียหายจากการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจมีสิทธินำข้อพิพาทเข้าสู่ ศาลปกครอง เพื่อขอให้ตรวจสอบการกระทำทางปกครอง หรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

คำสำคัญ:

คดีปกครอง, ศาลปกครอง, การเวนคืนที่ดิน, ค่าทดแทนการเวนคืน, ทนายความคดีปกครอง, ที่ปรึกษาคดีปกครอง, สำนักงานคดีปกครอง, สำนักงานทนายความคดีปกครอง, ทนายคดีเวนคืน, กรมชลประทาน, โครงการคลองระบายน้ำคลองตง

บทความที่เกี่ยวข้อง:

———————————————
สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง
ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw 

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น่าน – เด่นชัย ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น่าน – เด่นชัย ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

 

สาระสำคัญของประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น่าน – เด่นชัย ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

เรื่อง: ประกาศฉบับนี้กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น่าน – เด่นชัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เพื่อรองรับการซื้อไฟฟ้าจากโครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบางและเขื่อนปากแบงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

พื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า: แนวเขตเริ่มต้นจากสถานีไฟฟ้าย่อยน่าน ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ รวมระยะทางประมาณ 126.69 กิโลเมตร

ความกว้างของเขต: กำหนดความกว้างของเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยวัดจากแนวศูนย์กลางของเสาสายส่งไฟฟ้าออกไปด้านละ 30.00 เมตร รวมสองด้านกว้าง 60.00 เมตร

พื้นที่พาดผ่าน: แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด 7 อำเภอ 28 ตำบล ได้แก่ จังหวัดน่าน ในพื้นที่อำเภอเมืองน่านและอำเภอเวียงสา และจังหวัดแพร่ ในพื้นที่อำเภอร้องกวาง อำเภอหนองม่วงไข่ อำเภอเมืองแพร่ อำเภอสูงเม่น และอำเภอเด่นชัย โดยมีแผนผังแสดงรายละเอียดแนบท้ายประกาศจำนวน 5 แผ่น

อำนาจดำเนินการของ กฟผ.: ภายในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า กฟผ. มีอำนาจวางระบบโครงข่ายไฟฟ้าไปใต้ เหนือ ตาม หรือข้ามระบบโครงข่ายพลังงานของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือพื้นที่ของบุคคลใด รวมทั้งมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับเสา อุปกรณ์ สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ หรือพืชผลในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าตามที่กฎหมายกำหนด

การจ่ายค่าทดแทน: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะพิจารณากำหนดราคาที่ดินและทรัพย์สิน เพื่อให้ กฟผ. ใช้คำนวณจ่ายค่าทดแทนที่ดิน ค่าทดแทนที่ตั้งเสาไฟฟ้า ค่าทดแทนการรื้อถอนโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ค่าทดแทนต้นไม้หรือพืชผล และค่าทดแทนทรัพย์สินอื่นแก่เจ้าของ ผู้ครอบครองทรัพย์สิน หรือผู้ทรงสิทธิอื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย

สิทธิในการอุทธรณ์: เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการหรือจำนวนเงินค่าทดแทน สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ.

วันที่ประกาศ: ประกาศ ณ วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569

สรุปรายละเอียดสาระสำคัญ:

ประกาศฉบับนี้เป็นการกำหนดพื้นที่แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ จากจังหวัดน่านมายังจังหวัดแพร่ เพื่อใช้เป็นแนววางสายส่งไฟฟ้าระหว่างสถานีไฟฟ้าย่อยน่านและสถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย แม้โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ แต่การกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าย่อมมีผลต่อสิทธิในการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชน จึงเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ คดีปกครอง โดยตรง

ผลของประกาศนี้ไม่ได้ทำให้เจ้าของที่ดินสูญเสียกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยทันที เจ้าของหรือผู้มีสิทธิครอบครองยังคงมีสิทธิในที่ดินตามเดิม แต่ต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินให้สอดคล้องกับข้อจำกัดในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า เช่น การปลูกสร้างอาคาร โรงเรือน ต้นไม้ หรือการดำเนินการใดที่อาจเป็นอันตรายหรือเป็นอุปสรรคต่อระบบไฟฟ้า หากเห็นว่าการกำหนดเขตหรือการดำเนินการของหน่วยงานรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ได้รับผลกระทบอาจพิจารณาแนวทาง การเพิกถอนคำสั่ง หรือใช้สิทธิทาง ศาลปกครอง

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือค่าทดแทน ผู้ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าการสำรวจที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ พืชผล และทรัพย์สินอื่นในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าครบถ้วนหรือไม่ เพราะค่าทดแทนอาจเกี่ยวข้องทั้งราคาที่ดิน ความเสียหายจากการถูกจำกัดการใช้ประโยชน์ มูลค่าทรัพย์สินที่ลดลง และค่าเสียหายจากการรื้อถอนหรือปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่ หากเห็นว่าค่าทดแทนไม่เป็นธรรม ควรปรึกษาที่ปรึกษาคดีปกครองพื่อประเมินพยานหลักฐานและกำหนดแนวทางดำเนินการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

ผลกระทบต่อเจ้าของที่ดินและผู้ครอบครองทรัพย์สิน:

ผู้ที่มีที่ดินอยู่ในแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น่าน – เด่นชัย ควรตรวจสอบแผนผังแนบท้ายประกาศอย่างละเอียด โดยเฉพาะตำแหน่งแนวสายส่ง ระยะห่างจากแนวศูนย์กลางเสาไฟฟ้า และพื้นที่ที่ถูกกำหนดเป็นเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีผลต่อการประเมินสิทธิ การคัดค้าน และจำนวนค่าทดแทนที่จะได้รับ

สิทธิการอุทธรณ์และการคัดค้าน:

การใช้ สิทธิการอุทธรณ์ ต้องทำเป็นหนังสือ โดยควรระบุข้อโต้แย้ง ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานประกอบให้ครบถ้วน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. การปล่อยให้พ้นกำหนดเวลาอาจทำให้การใช้สิทธิในภายหลังมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการของ ศาลปกครอง

ประเด็นค่าทดแทนที่ควรพิจารณา:

ค่าทดแทนในคดีเกี่ยวกับเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาที่ดินตามตัวเลขประเมินเท่านั้น แต่ควรพิจารณาความเสียหายจริงจากภาระจำกัดสิทธิ เช่น ไม่สามารถปลูกสร้างหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ตามเดิม ผลกระทบต่อมูลค่าที่ดิน การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และความเสียหายต่อต้นไม้หรือพืชผล การรวบรวมเอกสารสิทธิ ภาพถ่าย แผนที่ รายการทรัพย์สิน และหลักฐานราคาซื้อขายในพื้นที่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ข้อควรระวังในการดำเนินคดี:

ข้อพิพาทลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับทั้งข้อเท็จจริงทางพื้นที่และข้อกฎหมายปกครอง ผู้ได้รับผลกระทบจึงควรตรวจสอบหนังสือแจ้ง แผนผังแนบท้ายประกาศ รายงานสำรวจ และรายละเอียดค่าทดแทนตั้งแต่ต้น หากพบความคลาดเคลื่อนหรือไม่เป็นธรรม ควรรีบขอคำปรึกษาจาก ที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อป้องกันการเสียสิทธิจากระยะเวลาอุทธรณ์หรือระยะเวลาฟ้องคดี

บทสรุปทางกฎหมาย:

ประกาศกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าฉบับนี้เป็นกฎหมายเฉพาะที่มีผลต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านและจังหวัดแพร่ แม้รัฐมีอำนาจดำเนินโครงการเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่การใช้อำนาจดังกล่าวต้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และต้องมีค่าทดแทนที่เหมาะสม หากประชาชนเห็นว่าถูกกระทบสิทธิเกินสมควร ย่อมมีช่องทางอุทธรณ์ คัดค้าน และดำเนิน คดีปกครอง เพื่อคุ้มครองสิทธิของตน

คำสำคัญ:
คดีปกครอง, ศาลปกครอง, การเพิกถอนคำสั่ง, สิทธิการอุทธรณ์, ค่าทดแทนที่ดิน, เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า, กฟผ., ทนายความคดีปกครอง, ที่ปรึกษาคดีปกครอง

———————————————
สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง

ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw 

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ตัดตอนระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 2 และวงจรที่ 3 ลงที่สถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ตัดตอนระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 2 และวงจรที่ 3 ลงที่สถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

[

 

สาระสำคัญของประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ตัดตอนระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 2 และวงจรที่ 3 ลงที่สถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

เรื่อง: ประกาศฉบับนี้กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ เพื่อตัดตอนระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 2 และวงจรที่ 3 ลงที่สถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เพื่อรองรับการซื้อไฟฟ้าจากโครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบางและเขื่อนปากแบงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

พื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า: แนวเขตเริ่มต้นจาก กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 0 + 000.00 ตั้งอยู่ที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ไปยังจุดสิ้นสุดที่ กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 0 + 254.80 ตั้งอยู่ที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ รวมระยะทางประมาณ 254.80 เมตร

ความกว้างของเขต: กำหนดความกว้างของเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยวัดจากแนวศูนย์กลางของเสาสายส่งไฟฟ้าออกไปด้านละ 30.00 เมตร รวมสองด้านกว้าง 60.00 เมตร และกำหนดให้มีความกว้างประมาณ 10.00 เมตร เฉพาะด้านที่เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าทับซ้อนกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น่าน – เด่นชัย

พื้นที่พาดผ่าน: แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านพื้นที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ บริเวณสถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย โดยมีแผนผังแสดงรายละเอียดแนบท้ายประกาศ

อำนาจดำเนินการของ กฟผ.: ภายในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า กฟผ. มีอำนาจวางระบบโครงข่ายไฟฟ้าไปใต้ เหนือ ตาม หรือข้ามที่ดิน รวมทั้งวางผ่านพื้นที่ของบุคคลใด ปักหรือตั้งเสาไฟฟ้า และดำเนินการเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ หรือพืชผลในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าตามที่กฎหมายกำหนด

การจ่ายค่าทดแทน: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะพิจารณากำหนดราคาที่ดินและทรัพย์สิน เพื่อให้ กฟผ. ใช้คำนวณจ่ายค่าทดแทนที่ดิน ค่าทดแทนที่ตั้งเสาไฟฟ้า ค่าทดแทนการรื้อถอนโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ค่าทดแทนต้นไม้หรือพืชผล และค่าทดแทนทรัพย์สินอื่นแก่เจ้าของ ผู้ครอบครองทรัพย์สิน หรือผู้ทรงสิทธิอื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย

สิทธิในการอุทธรณ์: เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการหรือจำนวนเงินค่าทดแทน สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ.

วันที่ประกาศ: ประกาศ ณ วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569

สรุปรายละเอียดสาระสำคัญ:

ประกาศฉบับนี้เป็นการใช้อำนาจของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เพื่อกำหนดพื้นที่บางส่วนในตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ให้เป็นเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ สำหรับตัดตอนสายส่งไฟฟ้าเข้าสู่สถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย แม้โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ แต่ก็เป็นการดำเนินการของหน่วยงานรัฐที่อาจกระทบต่อสิทธิในที่ดินและทรัพย์สินของประชาชน จึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับประเด็น คดีปกครอง และการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการใช้อำนาจทางปกครอง

ผลของประกาศนี้ไม่ได้ทำให้เจ้าของที่ดินสูญเสียกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในทันที เจ้าของหรือผู้มีสิทธิครอบครองยังคงมีสิทธิในที่ดินตามเดิม แต่ต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินให้สอดคล้องกับข้อจำกัดของเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า เช่น การปลูกสร้างอาคาร โรงเรือน ต้นไม้ หรือการดำเนินการใดที่อาจเป็นอันตรายหรือเป็นอุปสรรคต่อระบบไฟฟ้า หากเห็นว่าการกำหนดเขตหรือการดำเนินการของหน่วยงานรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ได้รับผลกระทบอาจพิจารณาแนวทาง การเพิกถอนคำสั่ง หรือใช้สิทธิทาง ศาลปกครอง

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือค่าทดแทน ผู้ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าการสำรวจที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ พืชผล และทรัพย์สินอื่นในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าครบถ้วนหรือไม่ เพราะค่าทดแทนอาจเกี่ยวข้องทั้งราคาที่ดิน ความเสียหายจากการจำกัดการใช้ประโยชน์ มูลค่าทรัพย์สินที่ลดลง และค่าเสียหายจากการรื้อถอนหรือปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่ หากเห็นว่าค่าทดแทนไม่เป็นธรรม ควรปรึกษาที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อประเมินพยานหลักฐานและกำหนดแนวทางดำเนินการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

ผลกระทบต่อเจ้าของที่ดินและผู้ครอบครองทรัพย์สิน:

ผู้ที่มีที่ดินอยู่ใกล้สถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัยหรืออยู่ในแนวเขตตามแผนผังแนบท้ายประกาศ ควรตรวจสอบแนวเขต กม. 0 + 000.00 ถึง กม. 0 + 254.80 รวมถึงตำแหน่งที่มีการทับซ้อนกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น่าน – เด่นชัย อย่างละเอียด เพราะรายละเอียดทางแผนที่มีผลต่อการประเมินสิทธิ การคัดค้าน และค่าทดแทนที่จะได้รับ

สิทธิการอุทธรณ์และการคัดค้าน:

การใช้ สิทธิการอุทธรณ์ ต้องทำเป็นหนังสือ โดยควรระบุข้อโต้แย้ง ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานประกอบให้ครบถ้วน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. การปล่อยให้พ้นกำหนดเวลาอาจทำให้การใช้สิทธิในภายหลังมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการของ ศาลปกครอง

ประเด็นค่าทดแทนที่ควรพิจารณา:

ค่าทดแทนในคดีเกี่ยวกับเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาที่ดินตามตัวเลขประเมินเท่านั้น แต่ควรพิจารณาความเสียหายจริงจากภาระจำกัดสิทธิ เช่น ไม่สามารถปลูกสร้างหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ตามเดิม ผลกระทบต่อมูลค่าที่ดิน การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และความเสียหายต่อต้นไม้หรือพืชผล การรวบรวมเอกสารสิทธิ ภาพถ่าย แผนที่ รายการทรัพย์สิน และหลักฐานราคาซื้อขายในพื้นที่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ข้อควรระวังในการดำเนินคดี:

ข้อพิพาทลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับทั้งข้อเท็จจริงทางพื้นที่และข้อกฎหมายปกครอง ผู้ได้รับผลกระทบจึงควรตรวจสอบหนังสือแจ้ง แผนผังแนบท้ายประกาศ รายงานสำรวจ และรายละเอียดค่าทดแทนตั้งแต่ต้น หากพบความคลาดเคลื่อนหรือไม่เป็นธรรม ควรรีบขอคำปรึกษาจาก ที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อป้องกันการเสียสิทธิจากระยะเวลาอุทธรณ์หรือระยะเวลาฟ้องคดี

บทสรุปทางกฎหมาย:

ประกาศกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าฉบับนี้เป็นกฎหมายเฉพาะที่มีผลต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชนในพื้นที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ แม้รัฐมีอำนาจดำเนินโครงการเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่การใช้อำนาจดังกล่าวต้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และต้องมีค่าทดแทนที่เหมาะสม หากประชาชนเห็นว่าถูกกระทบสิทธิเกินสมควร ย่อมมีช่องทางอุทธรณ์ คัดค้าน และดำเนิน คดีปกครอง เพื่อคุ้มครองสิทธิของตน

คำสำคัญ:
คดีปกครอง, ศาลปกครอง, การเพิกถอนคำสั่ง, สิทธิการอุทธรณ์, ค่าทดแทนที่ดิน, เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า, กฟผ., ทนายความคดีปกครอง, ที่ปรึกษาคดีปกครอง

———————————————
สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง

ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw 

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ เด่นชัย – จุดเชื่อมระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 2 และวงจรที่ 3 ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ เด่นชัย – จุดเชื่อมระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 2 และวงจรที่ 3 ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

 

สรุปสาระสำคัญของประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ เด่นชัย – จุดเชื่อมระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 2 และวงจรที่ 3 ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

เรื่อง: ประกาศฉบับนี้กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ เด่นชัย – จุดเชื่อมระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 2 และวงจรที่ 3 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เพื่อรองรับการซื้อไฟฟ้าจากโครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบาง และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนปากแบงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

พื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า: แนวเขตเริ่มต้นจาก กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 0 + 000.00 ซึ่งตั้งอยู่ที่ท้องที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ไปยังจุดสิ้นสุดที่ กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 0 + 230.66 BK. และ กม. 14 + 051.29 AH. ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ รวมระยะทางประมาณ 230.66 เมตร

ความกว้างของเขต: กำหนดความกว้างของเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยวัดจากแนวศูนย์กลางของเสาสายส่งไฟฟ้าออกไปด้านละ 30.00 เมตร รวมสองด้านกว้าง 60.00 เมตร และกำหนดให้มีความกว้างประมาณ 10.00 เมตร เฉพาะด้านที่เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าทับซ้อนกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น่าน – เด่นชัย

พื้นที่พาดผ่าน: แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านพื้นที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ โดยมีแผนผังแสดงรายละเอียดแนบท้ายประกาศ

อำนาจดำเนินการของ กฟผ.: ภายในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า กฟผ. มีอำนาจวางระบบโครงข่ายไฟฟ้าไปใต้ เหนือ ตาม หรือข้ามที่ดิน รวมทั้งพื้นที่ของบุคคลใด และอาจดำเนินการเกี่ยวกับต้นไม้ สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งอื่นที่อยู่ในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าตามที่กฎหมายกำหนด

การจ่ายค่าทดแทน: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะพิจารณากำหนดราคาที่ดินและทรัพย์สิน เพื่อให้ กฟผ. ใช้คำนวณจ่ายค่าทดแทนที่ดิน ค่าทดแทนที่ตั้งเสาไฟฟ้า ค่าทดแทนการรื้อถอนโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ค่าทดแทนต้นไม้หรือพืชผล และค่าทดแทนทรัพย์สินอื่นที่อยู่ในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าแก่เจ้าของ ผู้ครอบครองทรัพย์สิน หรือผู้ทรงสิทธิอื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย

สิทธิในการอุทธรณ์: เจ้าของ ผู้ครอบครองทรัพย์สิน หรือผู้ทรงสิทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการ การคัดค้าน หรือจำนวนเงินค่าทดแทน สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ.

วันที่ประกาศ: ประกาศ ณ วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569

สรุปรายละเอียดสาระสำคัญ:

ประกาศฉบับนี้กำหนดให้พื้นที่บางส่วนในตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ อยู่ในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ เพื่อให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยสามารถดำเนินโครงการระบบส่งไฟฟ้าได้ตามแผนพัฒนาพลังงานของประเทศ อย่างไรก็ดี การกำหนดเขตดังกล่าวย่อมกระทบต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชนบางราย จึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาทั้งในมิติของกฎหมายพลังงานและ คดีปกครอง โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐหรือการกำหนดค่าทดแทน

สาระสำคัญที่ประชาชนควรเข้าใจคือ แม้การประกาศเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าจะไม่ทำให้เจ้าของที่ดินสูญเสียกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินโดยอัตโนมัติ แต่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัด เช่น การปลูกสร้างอาคาร โรงเรือน ต้นไม้ หรือการดำเนินการใดที่อาจเป็นอันตรายหรือเป็นอุปสรรคต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า หากเจ้าของที่ดินเห็นว่าการใช้อำนาจดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือกระทบสิทธิของตนเกินสมควร อาจต้องพิจารณาแนวทาง การเพิกถอนคำสั่ง หรือการใช้สิทธิทางกฎหมายต่อไป

ในด้านค่าทดแทน ประกาศกำหนดให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเป็นผู้พิจารณากำหนดราคาที่ดินและทรัพย์สิน เพื่อใช้เป็นฐานในการจ่ายค่าทดแทนแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ประเด็นนี้มักเป็นข้อพิพาทสำคัญ เพราะเจ้าของที่ดินอาจเห็นว่าค่าทดแทนไม่สะท้อนมูลค่าความเสียหายจริง ไม่ครอบคลุมผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือไม่เป็นธรรมเมื่อเทียบกับภาระจำกัดสิทธิที่เกิดขึ้น จึงควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อประเมินเอกสาร หลักฐาน และระยะเวลาการใช้สิทธิให้ถูกต้อง

ผลกระทบต่อเจ้าของที่ดินและผู้ครอบครองทรัพย์สิน:

ผู้ที่มีที่ดินหรือทรัพย์สินอยู่ในแนวเขตตามประกาศควรตรวจสอบแผนผังแนบท้ายประกาศ หนังสือแจ้งจาก กฟผ. และรายละเอียดการสำรวจทรัพย์สินอย่างรอบคอบ เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นฐานสำคัญในการพิจารณาว่าพื้นที่ของตนถูกพาดผ่านในระยะใด มีเสาสายส่งไฟฟ้าหรือแนวสายไฟฟ้าเกี่ยวข้องหรือไม่ และได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดการใช้ที่ดินมากน้อยเพียงใด หากมีความคลาดเคลื่อนในแนวเขตหรือการประเมินทรัพย์สิน อาจนำไปสู่ข้อพิพาททาง ศาลปกครอง ได้

สิทธิการอุทธรณ์และการคัดค้าน:

ประกาศเปิดช่องให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่นอุทธรณ์หรือคัดค้านเป็นหนังสือ โดยต้องระบุข้อโต้แย้ง ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานประกอบให้ชัดเจน การใช้ สิทธิการอุทธรณ์ ภายในกำหนดเวลา 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. เป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะหากปล่อยให้พ้นกำหนดเวลา อาจกระทบต่อสิทธิในการดำเนินการทางกฎหมายในภายหลัง

ประเด็นค่าทดแทนที่ควรพิจารณา:

ค่าทดแทนในกรณีเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าไม่ควรมองเฉพาะราคาที่ดินเท่านั้น แต่ควรพิจารณาความเสียหายจากการถูกจำกัดการใช้ประโยชน์ การมีเสาไฟฟ้าหรือแนวสายส่งพาดผ่าน ความเสียหายต่อต้นไม้ พืชผล โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง และมูลค่าที่ดินที่อาจลดลงในทางเศรษฐกิจ หากผู้ได้รับผลกระทบเห็นว่าการประเมินไม่เป็นธรรม ควรรวบรวมเอกสารสิทธิ ภาพถ่าย รายการทรัพย์สิน ราคาประเมิน ราคาซื้อขายในพื้นที่ และหลักฐานอื่นเพื่อประกอบการอุทธรณ์หรือฟ้อง คดีปกครอง

ข้อควรระวังในการดำเนินคดี:

คดีลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับหลายประเด็นพร้อมกัน ทั้งความชอบด้วยกฎหมายของประกาศ ขั้นตอนการแจ้ง การสำรวจทรัพย์สิน การกำหนดค่าทดแทน และการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐ ผู้ได้รับผลกระทบจึงไม่ควรรอจนมีการดำเนินการในพื้นที่แล้วจึงค่อยตรวจสอบสิทธิ แต่ควรปรึกษา ที่ปรึกษาคดีปกครอง ตั้งแต่ได้รับหนังสือแจ้ง เพื่อวางแนวทางคัดค้าน อุทธรณ์ หรือเตรียมฟ้องต่อ ศาลปกครอง ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

บทสรุปทางกฎหมาย:

ประกาศกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับโครงการระบบส่งไฟฟ้าที่มีความสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการใช้อำนาจทางปกครองที่อาจกระทบสิทธิในที่ดินและทรัพย์สินของประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบจึงควรทำความเข้าใจสิทธิของตน ตรวจสอบความถูกต้องของแนวเขตและค่าทดแทน และใช้ช่องทาง สิทธิการอุทธรณ์ หรือดำเนิน คดีปกครอง เมื่อมีเหตุอันสมควร

คำสำคัญ:
คดีปกครอง, ศาลปกครอง, การเพิกถอนคำสั่ง, สิทธิการอุทธรณ์, ค่าทดแทนที่ดิน, เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า, ทนายความคดีปกครอง, ที่ปรึกษาคดีปกครอง

———————————————

สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง

ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw 

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ตัดตอนระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 1 และวงจรที่ 4 ลงที่สถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ตัดตอนระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 1 และวงจรที่ 4 ลงที่สถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550

 

สรุปสาระสำคัญของประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก ลงที่สถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย

เรื่อง: การกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ตัดตอนระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 1 และวงจรที่ 4 ลงที่สถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย เพื่อรองรับโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ สำหรับรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

การกำหนดแนวเขต: กำหนดพื้นที่แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า เริ่มต้นจาก กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 0 + 000.00 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ไปยังจุดสิ้นสุดที่สถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 2 + 817.93 ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ รวมระยะทางประมาณ 2.82 กิโลเมตร

ความกว้างของเขต: กำหนดความกว้างของเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าไว้ที่ 60.00 เมตร โดยวัดจากแนวศูนย์กลางของเสาสายส่งไฟฟ้าออกไปด้านละ 30.00 เมตร

พื้นที่พาดผ่าน: แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านพื้นที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่

การจ่ายค่าทดแทน: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะพิจารณากำหนดราคาที่ดินและทรัพย์สินเพื่อใช้คำนวณจ่ายค่าทดแทนที่ดิน ค่าทดแทนที่ตั้งเสาไฟฟ้า ค่าทดแทนการรื้อถอนโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น และค่าทดแทนต้นไม้หรือพืชผล ให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน

สิทธิในการอุทธรณ์: เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อ กกพ. ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. หากไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการหรือจำนวนเงินค่าทดแทน

วันที่ประกาศ: ประกาศ ณ วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569

คำสำคัญ

ทนายความคดีปกครอง, ที่ปรึกษาคดีปกครอง, เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า, ค่าทดแทนที่ดิน, สิทธิการอุทธรณ์, คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

—————————————–

สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง

ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw 

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง การกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ ตัดตอนระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ รังสิต – นวนคร ลงที่สถานีไฟฟ้าย่อยสามโคก (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า)

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง การกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ ตัดตอนระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ รังสิต – นวนคร ลงที่สถานีไฟฟ้าย่อยสามโคก (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า)

สรุปสาระสำคัญของประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ ตัดตอนระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ รังสิต – นวนคร ลงที่สถานีไฟฟ้าย่อยสามโคก (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า)

  • เรื่อง: การกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ ตัดตอนระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ รังสิต – นวนคร ลงที่สถานีไฟฟ้าย่อยสามโคก (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า) เพื่อความเหมาะสมทางด้านเทคนิควิศวกรรมและการใช้ประโยชน์ในพื้นที่

  • การยกเลิกแนวเขตเดิม: ประกาศนี้ให้ยกเลิกทิศทางและแนวเขตเดิมช่วงเริ่มต้นจาก กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 3 + 665.71 ไปยัง กม. 3 + 698.47 และสิ้นสุดที่ กม. 3 + 793.66 รวมระยะทางประมาณ 127.45 เมตร

  • การกำหนดแนวเขตใหม่: กำหนดพื้นที่แนวเขตใหม่ช่วงปรับแก้ เริ่มต้นจาก กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 3 + 665.71 และสิ้นสุดตามแนวปรับแก้ รวมระยะทางประมาณ 124.92 เมตร

  • ความกว้างของเขต: กำหนดความกว้างของเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าไว้ที่ 40.00 เมตร โดยวัดจากแนวศูนย์กลางของเสาสายส่งไฟฟ้าออกไปด้านละ 20.00 เมตร

  • พื้นที่พาดผ่าน: แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านพื้นที่ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

  • การจ่ายค่าทดแทน: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะพิจารณากำหนดราคาที่ดินและทรัพย์สินเพื่อใช้คำนวณจ่ายค่าทดแทนที่ดิน ค่าทดแทนที่ตั้งเสาไฟฟ้า ค่ารื้อถอนโรงเรือน และค่าทดแทนต้นไม้หรือพืชผลให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน

  • สิทธิในการอุทธรณ์: เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อ กกพ. ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. หากไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการหรือจำนวนเงินค่าทดแทน

  • วันที่ประกาศ: ประกาศ ณ วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568

—————————————–

ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโครงข่ายไฟฟ้า ที่ดินอยู่ในแนวเขตสายไฟฟ้า การฟ้องเรียกค่าทดแทนเพิ่ม การอุทธรณ์เงินค่าทดแทน การฟ้องคดีเกี่ยวกับการเวนคืนและการรอนสิทธิ การจัดทำคำอุทธรณ์คัดค้านการกำหนดแนวเขต การฟ้องเพิกถอนประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน การฟ้องเรียกค่าทดแทน ทนายความคดีโครงข่ายไฟฟ้า 

สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง

ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw 

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง การกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 1 และวงจรที่ 2 (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า)

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง การกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 1 และวงจรที่ 2 (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า)

สรุปสาระสำคัญของประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 1 และวงจรที่ 2 (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า)

  • เรื่อง: การกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 1 และวงจรที่ 2 (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า)

  • เหตุผลในการปรับแก้: เพื่อความเหมาะสมทางด้านเทคนิควิศวกรรมและการใช้ประโยชน์ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว

  • การกำหนดแนวเขต: เริ่มต้นจาก กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ กม. 13 + 576.405 BK. ไปยัง กม. 0 + 000.000 AH., กม. 0 + 464.497 BK. ไปยัง กม. 0 + 299.326 AH. และ กม. 0 + 492.135 BK. ไปยัง กม. 0 + 000.000 AH. และสิ้นสุดที่สถานีไฟฟ้าย่อยน่าน โดยมีระยะทางรวมประมาณ 746.413 เมตร

  • ความกว้างของเขต: กำหนดความกว้างกว้าง 60.00 เมตร โดยวัดจากแนวศูนย์กลางของเสาสายส่งไฟฟ้าออกไปด้านละ 30.00 เมตร

  • พื้นที่พาดผ่าน: แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

  • การจ่ายค่าทดแทน: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะพิจารณากำหนดราคาที่ดินและทรัพย์สินเพื่อใช้ในการจ่ายค่าทดแทนที่ดิน ค่าที่ตั้งเสาไฟฟ้า ค่ารื้อถอน และค่าทรัพย์สินอื่น ๆ ให้แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน

  • สิทธิในการอุทธรณ์: เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อ กกพ. ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. หากไม่เห็นด้วยกับเหตุผลการดำเนินการหรือจำนวนเงินค่าทดแทน

  • วันที่ประกาศ: ประกาศ ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

—————————————–

ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโครงข่ายไฟฟ้า ที่ดินอยู่ในแนวเขตสายไฟฟ้า การฟ้องเรียกค่าทดแทนเพิ่ม การอุทธรณ์เงินค่าทดแทน การฟ้องคดีเกี่ยวกับการเวนคืนและการรอนสิทธิ การจัดทำคำอุทธรณ์คัดค้านการกำหนดแนวเขต การฟ้องเพิกถอนประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน การฟ้องเรียกค่าทดแทน ทนายความคดีโครงข่ายไฟฟ้า 

สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง

ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw