ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ เด่นชัย – จุดเชื่อมระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 2 และวงจรที่ 3 ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550
สรุปสาระสำคัญของประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ เด่นชัย – จุดเชื่อมระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 2 และวงจรที่ 3 ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550
เรื่อง: ประกาศฉบับนี้กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ เด่นชัย – จุดเชื่อมระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ แม่เมาะ 3 – ท่าตะโก วงจรที่ 2 และวงจรที่ 3 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เพื่อรองรับการซื้อไฟฟ้าจากโครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบาง และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนปากแบงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
พื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า: แนวเขตเริ่มต้นจาก กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 0 + 000.00 ซึ่งตั้งอยู่ที่ท้องที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ไปยังจุดสิ้นสุดที่ กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 0 + 230.66 BK. และ กม. 14 + 051.29 AH. ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ รวมระยะทางประมาณ 230.66 เมตร
ความกว้างของเขต: กำหนดความกว้างของเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยวัดจากแนวศูนย์กลางของเสาสายส่งไฟฟ้าออกไปด้านละ 30.00 เมตร รวมสองด้านกว้าง 60.00 เมตร และกำหนดให้มีความกว้างประมาณ 10.00 เมตร เฉพาะด้านที่เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าทับซ้อนกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น่าน – เด่นชัย
พื้นที่พาดผ่าน: แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านพื้นที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ โดยมีแผนผังแสดงรายละเอียดแนบท้ายประกาศ
อำนาจดำเนินการของ กฟผ.: ภายในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า กฟผ. มีอำนาจวางระบบโครงข่ายไฟฟ้าไปใต้ เหนือ ตาม หรือข้ามที่ดิน รวมทั้งพื้นที่ของบุคคลใด และอาจดำเนินการเกี่ยวกับต้นไม้ สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งอื่นที่อยู่ในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าตามที่กฎหมายกำหนด
การจ่ายค่าทดแทน: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะพิจารณากำหนดราคาที่ดินและทรัพย์สิน เพื่อให้ กฟผ. ใช้คำนวณจ่ายค่าทดแทนที่ดิน ค่าทดแทนที่ตั้งเสาไฟฟ้า ค่าทดแทนการรื้อถอนโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ค่าทดแทนต้นไม้หรือพืชผล และค่าทดแทนทรัพย์สินอื่นที่อยู่ในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าแก่เจ้าของ ผู้ครอบครองทรัพย์สิน หรือผู้ทรงสิทธิอื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย
สิทธิในการอุทธรณ์: เจ้าของ ผู้ครอบครองทรัพย์สิน หรือผู้ทรงสิทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการ การคัดค้าน หรือจำนวนเงินค่าทดแทน สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ.
วันที่ประกาศ: ประกาศ ณ วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
สรุปรายละเอียดสาระสำคัญ:
ประกาศฉบับนี้กำหนดให้พื้นที่บางส่วนในตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ อยู่ในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ เพื่อให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยสามารถดำเนินโครงการระบบส่งไฟฟ้าได้ตามแผนพัฒนาพลังงานของประเทศ อย่างไรก็ดี การกำหนดเขตดังกล่าวย่อมกระทบต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชนบางราย จึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาทั้งในมิติของกฎหมายพลังงานและ คดีปกครอง โดยเฉพาะกรณีที่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐหรือการกำหนดค่าทดแทน
สาระสำคัญที่ประชาชนควรเข้าใจคือ แม้การประกาศเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าจะไม่ทำให้เจ้าของที่ดินสูญเสียกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินโดยอัตโนมัติ แต่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัด เช่น การปลูกสร้างอาคาร โรงเรือน ต้นไม้ หรือการดำเนินการใดที่อาจเป็นอันตรายหรือเป็นอุปสรรคต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า หากเจ้าของที่ดินเห็นว่าการใช้อำนาจดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือกระทบสิทธิของตนเกินสมควร อาจต้องพิจารณาแนวทาง การเพิกถอนคำสั่ง หรือการใช้สิทธิทางกฎหมายต่อไป
ในด้านค่าทดแทน ประกาศกำหนดให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเป็นผู้พิจารณากำหนดราคาที่ดินและทรัพย์สิน เพื่อใช้เป็นฐานในการจ่ายค่าทดแทนแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ประเด็นนี้มักเป็นข้อพิพาทสำคัญ เพราะเจ้าของที่ดินอาจเห็นว่าค่าทดแทนไม่สะท้อนมูลค่าความเสียหายจริง ไม่ครอบคลุมผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือไม่เป็นธรรมเมื่อเทียบกับภาระจำกัดสิทธิที่เกิดขึ้น จึงควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อประเมินเอกสาร หลักฐาน และระยะเวลาการใช้สิทธิให้ถูกต้อง
ผลกระทบต่อเจ้าของที่ดินและผู้ครอบครองทรัพย์สิน:
ผู้ที่มีที่ดินหรือทรัพย์สินอยู่ในแนวเขตตามประกาศควรตรวจสอบแผนผังแนบท้ายประกาศ หนังสือแจ้งจาก กฟผ. และรายละเอียดการสำรวจทรัพย์สินอย่างรอบคอบ เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นฐานสำคัญในการพิจารณาว่าพื้นที่ของตนถูกพาดผ่านในระยะใด มีเสาสายส่งไฟฟ้าหรือแนวสายไฟฟ้าเกี่ยวข้องหรือไม่ และได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดการใช้ที่ดินมากน้อยเพียงใด หากมีความคลาดเคลื่อนในแนวเขตหรือการประเมินทรัพย์สิน อาจนำไปสู่ข้อพิพาททาง ศาลปกครอง ได้
สิทธิการอุทธรณ์และการคัดค้าน:
ประกาศเปิดช่องให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่นอุทธรณ์หรือคัดค้านเป็นหนังสือ โดยต้องระบุข้อโต้แย้ง ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานประกอบให้ชัดเจน การใช้ สิทธิการอุทธรณ์ ภายในกำหนดเวลา 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. เป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะหากปล่อยให้พ้นกำหนดเวลา อาจกระทบต่อสิทธิในการดำเนินการทางกฎหมายในภายหลัง
ประเด็นค่าทดแทนที่ควรพิจารณา:
ค่าทดแทนในกรณีเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าไม่ควรมองเฉพาะราคาที่ดินเท่านั้น แต่ควรพิจารณาความเสียหายจากการถูกจำกัดการใช้ประโยชน์ การมีเสาไฟฟ้าหรือแนวสายส่งพาดผ่าน ความเสียหายต่อต้นไม้ พืชผล โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง และมูลค่าที่ดินที่อาจลดลงในทางเศรษฐกิจ หากผู้ได้รับผลกระทบเห็นว่าการประเมินไม่เป็นธรรม ควรรวบรวมเอกสารสิทธิ ภาพถ่าย รายการทรัพย์สิน ราคาประเมิน ราคาซื้อขายในพื้นที่ และหลักฐานอื่นเพื่อประกอบการอุทธรณ์หรือฟ้อง คดีปกครอง
ข้อควรระวังในการดำเนินคดี:
คดีลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับหลายประเด็นพร้อมกัน ทั้งความชอบด้วยกฎหมายของประกาศ ขั้นตอนการแจ้ง การสำรวจทรัพย์สิน การกำหนดค่าทดแทน และการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐ ผู้ได้รับผลกระทบจึงไม่ควรรอจนมีการดำเนินการในพื้นที่แล้วจึงค่อยตรวจสอบสิทธิ แต่ควรปรึกษา ที่ปรึกษาคดีปกครอง ตั้งแต่ได้รับหนังสือแจ้ง เพื่อวางแนวทางคัดค้าน อุทธรณ์ หรือเตรียมฟ้องต่อ ศาลปกครอง ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
บทสรุปทางกฎหมาย:
ประกาศกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับโครงการระบบส่งไฟฟ้าที่มีความสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการใช้อำนาจทางปกครองที่อาจกระทบสิทธิในที่ดินและทรัพย์สินของประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบจึงควรทำความเข้าใจสิทธิของตน ตรวจสอบความถูกต้องของแนวเขตและค่าทดแทน และใช้ช่องทาง สิทธิการอุทธรณ์ หรือดำเนิน คดีปกครอง เมื่อมีเหตุอันสมควร
คำสำคัญ:
คดีปกครอง, ศาลปกครอง, การเพิกถอนคำสั่ง, สิทธิการอุทธรณ์, ค่าทดแทนที่ดิน, เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า, ทนายความคดีปกครอง, ที่ปรึกษาคดีปกครอง
———————————————
สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง
ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw