พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลโซง และตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. 2569
ทนายความคดีปกครอง ทนายคดีเวนคืน ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดินและค่าทดแทน โทร. 063-6364547
สรุปสาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลโซง และตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. 2569:
พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 21 ก วันที่ 16 มีนาคม 2569 มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่ตำบลโซง และตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อประโยชน์แก่การชลประทานในการก่อสร้างระบบส่งน้ำตามโครงการอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงการนำที่ดินไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ การเวนคืนที่ดิน ค่าทดแทนการเวนคืน และสิทธิของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลโซง และตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. 2569”
มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
มาตรา 3 ที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์แก่การชลประทานในการก่อสร้างระบบส่งน้ำตามโครงการอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเพื่อนำที่ดินไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน
มาตรา 4 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดสองปี
มาตรา 5 เขตที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้ อยู่ในท้องที่ตำบลโซง และตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา 6 ให้เริ่มต้นเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายในแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกานี้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มาตรา 7 ให้กรมชลประทานเป็นเจ้าหน้าที่ในการเวนคืน
มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมีความจำเป็นต้องก่อสร้างระบบส่งน้ำตามโครงการอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในท้องที่ตำบลโซง และตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อประโยชน์แก่การชลประทานสำหรับพื้นที่การเกษตร การอุปโภคและบริโภค ตลอดจนการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย และเพื่อนำที่ดินไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืน สมควรกำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่ดังกล่าว เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าไปทำการสำรวจ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องได้มาโดยแน่ชัด จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
สรุปรายละเอียดสาระสำคัญ:
พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจรัฐกำหนดแนวเขตที่ดินที่จะถูกสำรวจและอาจถูกเวนคืนในอนาคต โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อก่อสร้างระบบส่งน้ำตามโครงการอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การดำเนินการดังกล่าวเป็นโครงการด้านชลประทานที่มุ่งสนับสนุนพื้นที่เกษตร การใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค และการป้องกันหรือบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงการของรัฐกระทบกรรมสิทธิ์ในที่ดินของประชาชน เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ควรตรวจสอบแนวเขต แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา และขั้นตอนการสำรวจอย่างรอบคอบ เพราะเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับ คดีปกครอง หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐ
ประเด็นสำคัญที่ประชาชนควรทราบคือ พระราชกฤษฎีกานี้ยังมิใช่คำสั่งให้เวนคืนที่ดินทันทีในทุกกรณี แต่เป็นการกำหนดเขตเพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ภายในแนวเขตที่กำหนด ภายใน 90 วันนับแต่วันที่กฎหมายใช้บังคับ ขั้นตอนนี้จึงมีความสำคัญมาก เพราะข้อมูลจากการสำรวจจะนำไปใช้ประกอบการพิจารณาว่าอสังหาริมทรัพย์ใดจำเป็นต้องได้มาเพื่อโครงการ และอาจนำไปสู่การกำหนด ค่าทดแทนการเวนคืน ในลำดับต่อไป
สำหรับเจ้าของที่ดินที่ได้รับผลกระทบ ควรเก็บเอกสารสิทธิ หลักฐานการครอบครอง หลักฐานการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ภาพถ่ายสิ่งปลูกสร้าง พืชผล ต้นไม้ หรือกิจการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ไว้ให้ครบถ้วน เพราะเอกสารเหล่านี้อาจมีผลต่อการประเมินราคาทรัพย์สินและการเรียกร้องค่าทดแทน หากเห็นว่าการดำเนินการของรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นธรรม หรือกำหนดค่าทดแทนต่ำกว่าความเสียหายที่แท้จริง ควรปรึกษา ทนายความคดีปกครอง หรือ ที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อพิจารณาแนวทางใช้สิทธิตามกฎหมายต่อไป
ในทางกฎหมายปกครอง การเวนคืนเป็นการใช้อำนาจรัฐที่กระทบสิทธิในทรัพย์สินของเอกชน แม้รัฐจะดำเนินโครงการเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ต้องอยู่ภายใต้หลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน ความเป็นธรรม และต้องมีกระบวนการกำหนดค่าทดแทนที่เหมาะสม หากประชาชนได้รับความเสียหายจากการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจมีสิทธินำข้อพิพาทเข้าสู่ ศาลปกครอง เพื่อขอให้ตรวจสอบการกระทำทางปกครอง หรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
คำสำคัญ:
คดีปกครอง, ศาลปกครอง, การเวนคืนที่ดิน, ค่าทดแทนการเวนคืน, ทนายความคดีปกครอง, ที่ปรึกษาคดีปกครอง, สำนักงานคดีปกครอง, สำนักงานทนายความคดีปกครอง, ทนายคดีเวนคืน, กรมชลประทาน, โครงการอ่างเก็บน้ำลำห้วยบอน
บทความที่เกี่ยวข้อง:
- การเวนคืนที่ดินคืออะไร ขั้นตอนและสิทธิของเจ้าของที่ดิน
- ค่าทดแทนการเวนคืนที่ดิน คำนวณอย่างไรให้เป็นธรรม
- ขั้นตอนการฟ้องคดีปกครองเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดิน
- สิทธิของประชาชนเมื่อถูกเวนคืนที่ดินโดยรัฐ
- แนวทางอุทธรณ์ค่าทดแทนการเวนคืนต่อศาลปกครอง
———————————————
สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง
ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw