ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น่าน – เด่นชัย ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550
สาระสำคัญของประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น่าน – เด่นชัย ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550
เรื่อง: ประกาศฉบับนี้กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น่าน – เด่นชัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เพื่อรองรับการซื้อไฟฟ้าจากโครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบางและเขื่อนปากแบงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
พื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า: แนวเขตเริ่มต้นจากสถานีไฟฟ้าย่อยน่าน ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลไทรย้อย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ รวมระยะทางประมาณ 126.69 กิโลเมตร
ความกว้างของเขต: กำหนดความกว้างของเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยวัดจากแนวศูนย์กลางของเสาสายส่งไฟฟ้าออกไปด้านละ 30.00 เมตร รวมสองด้านกว้าง 60.00 เมตร
พื้นที่พาดผ่าน: แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด 7 อำเภอ 28 ตำบล ได้แก่ จังหวัดน่าน ในพื้นที่อำเภอเมืองน่านและอำเภอเวียงสา และจังหวัดแพร่ ในพื้นที่อำเภอร้องกวาง อำเภอหนองม่วงไข่ อำเภอเมืองแพร่ อำเภอสูงเม่น และอำเภอเด่นชัย โดยมีแผนผังแสดงรายละเอียดแนบท้ายประกาศจำนวน 5 แผ่น
อำนาจดำเนินการของ กฟผ.: ภายในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า กฟผ. มีอำนาจวางระบบโครงข่ายไฟฟ้าไปใต้ เหนือ ตาม หรือข้ามระบบโครงข่ายพลังงานของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือพื้นที่ของบุคคลใด รวมทั้งมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับเสา อุปกรณ์ สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ หรือพืชผลในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าตามที่กฎหมายกำหนด
การจ่ายค่าทดแทน: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะพิจารณากำหนดราคาที่ดินและทรัพย์สิน เพื่อให้ กฟผ. ใช้คำนวณจ่ายค่าทดแทนที่ดิน ค่าทดแทนที่ตั้งเสาไฟฟ้า ค่าทดแทนการรื้อถอนโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ค่าทดแทนต้นไม้หรือพืชผล และค่าทดแทนทรัพย์สินอื่นแก่เจ้าของ ผู้ครอบครองทรัพย์สิน หรือผู้ทรงสิทธิอื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย
สิทธิในการอุทธรณ์: เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการหรือจำนวนเงินค่าทดแทน สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ.
วันที่ประกาศ: ประกาศ ณ วันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
สรุปรายละเอียดสาระสำคัญ:
ประกาศฉบับนี้เป็นการกำหนดพื้นที่แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ จากจังหวัดน่านมายังจังหวัดแพร่ เพื่อใช้เป็นแนววางสายส่งไฟฟ้าระหว่างสถานีไฟฟ้าย่อยน่านและสถานีไฟฟ้าย่อยเด่นชัย แม้โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ แต่การกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าย่อมมีผลต่อสิทธิในการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชน จึงเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ คดีปกครอง โดยตรง
ผลของประกาศนี้ไม่ได้ทำให้เจ้าของที่ดินสูญเสียกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยทันที เจ้าของหรือผู้มีสิทธิครอบครองยังคงมีสิทธิในที่ดินตามเดิม แต่ต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินให้สอดคล้องกับข้อจำกัดในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า เช่น การปลูกสร้างอาคาร โรงเรือน ต้นไม้ หรือการดำเนินการใดที่อาจเป็นอันตรายหรือเป็นอุปสรรคต่อระบบไฟฟ้า หากเห็นว่าการกำหนดเขตหรือการดำเนินการของหน่วยงานรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ได้รับผลกระทบอาจพิจารณาแนวทาง การเพิกถอนคำสั่ง หรือใช้สิทธิทาง ศาลปกครอง
ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือค่าทดแทน ผู้ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าการสำรวจที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ พืชผล และทรัพย์สินอื่นในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าครบถ้วนหรือไม่ เพราะค่าทดแทนอาจเกี่ยวข้องทั้งราคาที่ดิน ความเสียหายจากการถูกจำกัดการใช้ประโยชน์ มูลค่าทรัพย์สินที่ลดลง และค่าเสียหายจากการรื้อถอนหรือปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่ หากเห็นว่าค่าทดแทนไม่เป็นธรรม ควรปรึกษาที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อประเมินพยานหลักฐานและกำหนดแนวทางดำเนินการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
ผลกระทบต่อเจ้าของที่ดินและผู้ครอบครองทรัพย์สิน:
ผู้ที่มีที่ดินอยู่ในแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ น่าน – เด่นชัย ควรตรวจสอบแผนผังแนบท้ายประกาศอย่างละเอียด โดยเฉพาะตำแหน่งแนวสายส่ง ระยะห่างจากแนวศูนย์กลางเสาไฟฟ้า และพื้นที่ที่ถูกกำหนดเป็นเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีผลต่อการประเมินสิทธิ การคัดค้าน และจำนวนค่าทดแทนที่จะได้รับ
สิทธิการอุทธรณ์และการคัดค้าน:
การใช้ สิทธิการอุทธรณ์ ต้องทำเป็นหนังสือ โดยควรระบุข้อโต้แย้ง ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานประกอบให้ครบถ้วน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. การปล่อยให้พ้นกำหนดเวลาอาจทำให้การใช้สิทธิในภายหลังมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการของ ศาลปกครอง
ประเด็นค่าทดแทนที่ควรพิจารณา:
ค่าทดแทนในคดีเกี่ยวกับเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาที่ดินตามตัวเลขประเมินเท่านั้น แต่ควรพิจารณาความเสียหายจริงจากภาระจำกัดสิทธิ เช่น ไม่สามารถปลูกสร้างหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ตามเดิม ผลกระทบต่อมูลค่าที่ดิน การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และความเสียหายต่อต้นไม้หรือพืชผล การรวบรวมเอกสารสิทธิ ภาพถ่าย แผนที่ รายการทรัพย์สิน และหลักฐานราคาซื้อขายในพื้นที่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ข้อควรระวังในการดำเนินคดี:
ข้อพิพาทลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับทั้งข้อเท็จจริงทางพื้นที่และข้อกฎหมายปกครอง ผู้ได้รับผลกระทบจึงควรตรวจสอบหนังสือแจ้ง แผนผังแนบท้ายประกาศ รายงานสำรวจ และรายละเอียดค่าทดแทนตั้งแต่ต้น หากพบความคลาดเคลื่อนหรือไม่เป็นธรรม ควรรีบขอคำปรึกษาจาก ที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อป้องกันการเสียสิทธิจากระยะเวลาอุทธรณ์หรือระยะเวลาฟ้องคดี
บทสรุปทางกฎหมาย:
ประกาศกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าฉบับนี้เป็นกฎหมายเฉพาะที่มีผลต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านและจังหวัดแพร่ แม้รัฐมีอำนาจดำเนินโครงการเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่การใช้อำนาจดังกล่าวต้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และต้องมีค่าทดแทนที่เหมาะสม หากประชาชนเห็นว่าถูกกระทบสิทธิเกินสมควร ย่อมมีช่องทางอุทธรณ์ คัดค้าน และดำเนิน คดีปกครอง เพื่อคุ้มครองสิทธิของตน
คำสำคัญ:
คดีปกครอง, ศาลปกครอง, การเพิกถอนคำสั่ง, สิทธิการอุทธรณ์, ค่าทดแทนที่ดิน, เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า, กฟผ., ทนายความคดีปกครอง, ที่ปรึกษาคดีปกครอง
———————————————
สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง
ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw