พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569

พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569

ทนายความคดีปกครอง ทนายคดีเวนคืน ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเวนคืนที่ดิน การรับเงินค่าทดแทน และการฟ้องคดีปกครอง โทร. 063-6364547

 

พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569

สรุปสาระสำคัญของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569:

พระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนที่ 38 ก วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 เพื่อปรับปรุงบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล โดยเฉพาะเรื่องการจัดการทรัพย์สินของผู้ถูกเวนคืน การรับเงินค่าทดแทนที่วางไว้ต่อศาลหรือสำนักงานวางทรัพย์ การรื้อถอนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น และกระบวนการคืนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่เจ้าของเดิมหรือทายาท ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญใน การเวนคืนที่ดิน ค่าทดแทนการเวนคืน และ คดีปกครอง ที่ประชาชนควรทำความเข้าใจอย่างรอบคอบ

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา 3 แก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 โดยกำหนดหลักเกณฑ์กรณีมีเหตุจำเป็นและคณะกรรมการไม่อาจกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด รัฐมนตรีอาจอนุมัติให้ขยายระยะเวลาได้เท่าที่จำเป็น แต่ต้องไม่เกิน 180 วัน พร้อมต้องประกาศและระบุเหตุผลของการขยายระยะเวลาไว้ด้วย

มาตรา 4 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 44 เกี่ยวกับการรื้อถอนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่นที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการ โดยให้เจ้าหน้าที่แจ้งเจ้าของมารับทรัพย์สินที่รื้อถอนไปภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากพ้นกำหนดแล้วเจ้าของไม่มารับ เจ้าหน้าที่มีอำนาจขายทรัพย์สินนั้นโดยวิธีขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นที่เห็นสมควร และเงินที่ได้จากการขายหลังหักค่าเก็บรักษาและค่าใช้จ่ายให้ส่งคืนแก่เจ้าของโดยเร็ว หากทรัพย์สินยังไม่ได้ขายและเจ้าของมารับคืน ก็ให้คืนแก่เจ้าของไป

มาตรา 5 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 48 เกี่ยวกับเงินค่าทดแทนที่วางไว้ต่อศาลหรือสำนักงานวางทรัพย์ หากผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนไม่มารับภายใน 5 ปีนับแต่วันที่มีสิทธิขอรับเงิน หรือวันที่คดีถึงที่สุดในบางกรณี ให้เจ้าหน้าที่ถอนเงินที่วางไว้นั้นคืนมา และให้ถือว่าได้มีการวางเงินตามที่กฎหมายบัญญัติแล้ว ทั้งนี้ ให้ใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวกับการวางเงินโดยฝากไว้กับธนาคารออมสินด้วย โดยระยะเวลา 5 ปีให้นับแต่วันที่ได้ฝากเงินไว้

มาตรา 6 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 59 เกี่ยวกับกรณีผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนไม่พอใจคำวินิจฉัยของรัฐมนตรี หรือเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามกฎหมายแล้วยังไม่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย โดยให้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย หรือพ้นกำหนดเวลาที่เกี่ยวข้อง หากศาลหรือรัฐมนตรีกำหนดเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น ผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารออมสินตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

มาตรา 7 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 77 เกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการพิจารณาการคืนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่เจ้าของเดิมหรือทายาท โดยให้มีคณะกรรมการประกอบด้วยเจ้าหน้าที่เวนคืนเป็นประธาน ผู้แทนกรมธนารักษ์ และผู้แทนกรมที่ดินเป็นกรรมการ เพื่อพิจารณาการคืนอสังหาริมทรัพย์ และให้แจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้ยื่นคำร้องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

มาตรา 8 กำหนดบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือเงินที่เก็บไว้แทนตามมาตรา 44 และเงินที่วางไว้ตามมาตรา 48 ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยให้พระราชบัญญัติฉบับเดิมซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับกับทรัพย์สินหรือเงินดังกล่าว เว้นแต่เรื่องระยะเวลา 5 ปีตามมาตรา 48 ให้เริ่มนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา 9 กำหนดให้การใดที่คณะกรรมการตามมาตรา 77 แห่งพระราชบัญญัติเดิมได้ดำเนินการไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีผลใช้ได้ และให้การดำเนินการต่อไปเป็นอำนาจของคณะกรรมการซึ่งประกอบขึ้นตามบทบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่

มาตรา 10 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับบทบัญญัติบางประการของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 ว่ายังไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล อีกทั้งบทบัญญัติบางมาตรายังไม่สอดคล้องกับการบังคับใช้ในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะกระบวนการพิจารณาคืนอสังหาริมทรัพย์ที่มีองค์ประกอบของคณะกรรมการจากหลายหน่วยงาน ทำให้การพิจารณาขาดความคล่องตัว จึงมีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน เงินค่าทดแทน และการคืนอสังหาริมทรัพย์เป็นไปอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

สรุปรายละเอียดสาระสำคัญ:

พระราชบัญญัติฉบับนี้มีความสำคัญต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืน เพราะเป็นการปรับปรุงกฎหมายหลักที่ใช้ในกระบวนการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ โดยเฉพาะเมื่อการเวนคืนเกี่ยวข้องกับสิทธิในทรัพย์สินของเอกชน กฎหมายจึงต้องวางหลักเกณฑ์ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้เท่าที่จำเป็น และต้องมีระบบคุ้มครองเจ้าของทรัพย์สินอย่างเหมาะสม หากเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐ การกำหนดค่าทดแทน หรือขั้นตอนการคืนอสังหาริมทรัพย์ เรื่องดังกล่าวอาจนำไปสู่ คดีปกครอง ได้

ประเด็นแรก การขยายระยะเวลาในการกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้น กฎหมายใหม่เปิดช่องให้รัฐมนตรีอนุมัติขยายเวลาได้เมื่อมีเหตุจำเป็น แต่ต้องไม่เกิน 180 วัน และต้องประกาศพร้อมเหตุผล การกำหนดเงื่อนไขเช่นนี้ช่วยให้กระบวนการของรัฐมีความยืดหยุ่นในกรณีซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นกลไกตรวจสอบไม่ให้หน่วยงานรัฐยืดเวลาโดยไม่มีเหตุผล เจ้าของที่ดินจึงควรติดตามประกาศและเหตุผลของการขยายเวลา เพราะอาจเกี่ยวข้องกับสิทธิในการได้รับ ค่าทดแทนการเวนคืน อย่างเป็นธรรม

ประเด็นต่อมาคือ การจัดการทรัพย์สินที่ถูกรื้อถอน เช่น โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น หากเจ้าหน้าที่เป็นผู้รื้อถอน เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้เจ้าของมารับคืนภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 30 วัน หากเจ้าของไม่มารับคืน กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ขายทรัพย์สินนั้นและส่งคืนเงินที่ได้หลังหักค่าใช้จ่ายแก่เจ้าของโดยเร็ว หลักเกณฑ์นี้สะท้อนว่าทรัพย์สินของผู้ถูกเวนคืนยังคงต้องได้รับการคุ้มครอง แม้จะอยู่ในขั้นตอนดำเนินโครงการของรัฐก็ตาม

อีกประเด็นสำคัญคือ เงินค่าทดแทนที่วางไว้ต่อศาล สำนักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้กับธนาคารออมสิน หากผู้มีสิทธิไม่มารับภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่อาจถอนเงินคืนมาได้  และกำหนดบทเฉพาะกาลเพื่อจัดการเงินหรือทรัพย์สินที่เกิดขึ้นก่อนกฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับ ประชาชนที่เกี่ยวข้องจึงควรตรวจสอบสถานะเงินค่าทดแทนของตนอย่างใกล้ชิด

ในส่วนของการโต้แย้งเงินค่าทดแทน กฎหมายยังคงเปิดช่องให้ผู้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ หากไม่พอใจคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีหรือไม่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยมีกรอบเวลาฟ้องคดี 1 ปีในกรณีที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้เป็นจุดที่ประชาชนควรระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะกำหนดเวลาฟ้องคดีมีผลต่อสิทธิในการดำเนินคดี หากพ้นกำหนดอาจทำให้เสียโอกาสในการเรียกร้องความเป็นธรรม การปรึกษา ทนายความคดีปกครอง หรือ ที่ปรึกษาคดีปกครอง ตั้งแต่ได้รับหนังสือแจ้งหรือทราบผลการพิจารณาจึงเป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงได้

สำหรับการคืนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่เจ้าของเดิมหรือทายาท กฎหมายฉบับนี้ปรับองค์ประกอบของคณะกรรมการให้มีความชัดเจนและคล่องตัวมากขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่เวนคืนเป็นประธาน ผู้แทนกรมธนารักษ์และผู้แทนกรมที่ดินเป็นกรรมการ เพื่อพิจารณาการคืนอสังหาริมทรัพย์ ประเด็นนี้มีความสำคัญในกรณีที่รัฐไม่ได้ใช้ที่ดินตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืน หรือมีเหตุที่เจ้าของเดิมหรือทายาทประสงค์ขอคืนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นข้อพิพาทที่เข้าสู่ ศาลปกครอง ได้เช่นกัน

โดยสรุป พระราชบัญญัติฉบับนี้ทำให้กฎหมายเวนคืนมีรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้นในหลายมิติ ทั้งเรื่องระยะเวลาการกำหนดราคา การจัดการทรัพย์สินที่ถูกรื้อถอน การถอนเงินค่าทดแทนที่ไม่มีผู้มารับ การฟ้องคดีเกี่ยวกับค่าทดแทน และการพิจารณาคืนอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของที่ดินหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนควรอ่านหนังสือแจ้งจากหน่วยงานรัฐอย่างละเอียด เก็บเอกสารหลักฐานทุกฉบับ และติดตามกำหนดเวลาตามกฎหมาย เพราะสิทธิตามกฎหมายเวนคืนมักผูกกับระยะเวลาและขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง

คำสำคัญ:

คดีปกครอง, ศาลปกครอง, การเวนคืนที่ดิน, ค่าทดแทนการเวนคืน, การฟ้องคดีปกครอง, สิทธิของผู้ถูกเวนคืน, การคืนอสังหาริมทรัพย์, ทนายความคดีปกครอง, ที่ปรึกษาคดีปกครอง, สำนักงานคดีปกครอง, สำนักงานทนายความคดีปกครอง, ทนายคดีเวนคืน

บทความที่เกี่ยวข้อง:

———————————————
สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง
ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw