สาระสำคัญของประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เรื่อง กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 3 และวงจรที่ 4 (ช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า) (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550
เรื่อง: ประกาศฉบับนี้กำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 3 และวงจรที่ 4 ในช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้แนวเขตมีความเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว โดยเป็นการดำเนินการตามโครงการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
การยกเลิกแนวเขตเดิม: ประกาศนี้ให้ยกเลิกทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าเดิมในช่วงเริ่มต้นจาก กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 9 + 685.00 ไปยัง กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 10 + 889.74 รวมระยะทางประมาณ 1,204.74 เมตร ซึ่งพาดผ่านท้องที่ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน
การกำหนดแนวเขตใหม่: กำหนดพื้นที่แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 3 และวงจรที่ 4 ในช่วงปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยเริ่มต้นจาก กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 9 + 685.00 และสิ้นสุดที่ กม. (สายส่งไฟฟ้า) ที่ 10 + 894.02 BK. หรือ กม. 10 + 889.74 AH. รวมระยะทางประมาณ 1,209.02 เมตร
ความกว้างของเขต: กำหนดความกว้างของเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยวัดจากแนวศูนย์กลางของเสาสายส่งไฟฟ้าออกไปด้านละ 30.00 เมตร รวมสองด้านกว้าง 60.00 เมตร
พื้นที่พาดผ่าน: แนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าพาดผ่านท้องที่ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยมีแผนผังแสดงรายละเอียดแนบท้ายประกาศจำนวน 1 แผ่น
อำนาจดำเนินการของ กฟผ.: ภายในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า กฟผ. มีอำนาจวางระบบโครงข่ายไฟฟ้าไปใต้ เหนือ ตาม หรือข้ามระบบโครงข่ายพลังงานของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือพื้นที่ของบุคคลใด รวมทั้งมีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับเสา อุปกรณ์ สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ หรือพืชผลในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าตามที่กฎหมายกำหนด
การจ่ายค่าทดแทน: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะพิจารณากำหนดราคาที่ดินและทรัพย์สิน เพื่อให้ กฟผ. ใช้คำนวณจ่ายค่าทดแทนที่ดิน ค่าทดแทนที่ตั้งเสาไฟฟ้า ค่าทดแทนการรื้อถอนโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ค่าทดแทนต้นไม้หรือพืชผล และค่าทดแทนทรัพย์สินอื่นแก่เจ้าของ ผู้ครอบครองทรัพย์สิน หรือผู้ทรงสิทธิอื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย
สิทธิในการอุทธรณ์: เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการหรือจำนวนเงินค่าทดแทน สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ.
วันที่ประกาศ: ประกาศ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
สรุปรายละเอียดสาระสำคัญ:
ประกาศฉบับนี้เป็นการปรับแก้ทิศทางและแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 3 และวงจรที่ 4 ในพื้นที่ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยมีสาระสำคัญคือการยกเลิกแนวเขตเดิมบางช่วงและกำหนดแนวเขตใหม่แทน เพื่อให้การวางระบบโครงข่ายไฟฟ้ามีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และการใช้ประโยชน์ในบริเวณดังกล่าว ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับ คดีปกครอง เพราะเป็นการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐที่อาจกระทบต่อสิทธิในที่ดินและทรัพย์สินของประชาชน
แม้การประกาศกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าจะไม่ทำให้เจ้าของที่ดินสูญเสียกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยทันที แต่เจ้าของหรือผู้มีสิทธิครอบครองต้องใช้ประโยชน์ในที่ดินให้สอดคล้องกับข้อจำกัดในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า เช่น การปลูกสร้างอาคาร โรงเรือน ต้นไม้ หรือการดำเนินการใดที่อาจเป็นอันตรายหรือเป็นอุปสรรคต่อระบบไฟฟ้า หากเห็นว่าการกำหนดเขต การปรับแนว หรือการดำเนินการของหน่วยงานรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ได้รับผลกระทบอาจพิจารณาแนวทาง การเพิกถอนคำสั่ง หรือใช้สิทธิทาง ศาลปกครอง
ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือค่าทดแทน ผู้ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าการสำรวจที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ พืชผล และทรัพย์สินอื่นในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าครบถ้วนหรือไม่ เพราะค่าทดแทนอาจเกี่ยวข้องทั้งราคาที่ดิน ความเสียหายจากการถูกจำกัดการใช้ประโยชน์ มูลค่าทรัพย์สินที่ลดลง และค่าเสียหายจากการรื้อถอนหรือปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่ หากเห็นว่าค่าทดแทนไม่เป็นธรรม ควรปรึกษาที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อประเมินพยานหลักฐานและกำหนดแนวทางดำเนินการภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
ผลกระทบต่อเจ้าของที่ดินและผู้ครอบครองทรัพย์สิน:
ผู้ที่มีที่ดินอยู่ในแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ชายแดน (บริเวณจังหวัดน่าน) – น่าน วงจรที่ 3 และวงจรที่ 4 โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ควรตรวจสอบแผนผังแนบท้ายประกาศอย่างละเอียด ทั้งแนวเขตเดิมที่ถูกยกเลิก แนวเขตใหม่ที่ปรับแก้ จุด กม. 9 + 685.00 ถึง กม. 10 + 894.02 BK. หรือ กม. 10 + 889.74 AH. และระยะห่างจากแนวศูนย์กลางเสาสายส่งไฟฟ้า เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีผลต่อการประเมินสิทธิ การคัดค้าน และจำนวนค่าทดแทนที่จะได้รับ
สิทธิการอุทธรณ์และการคัดค้าน:
การใช้ สิทธิการอุทธรณ์ ต้องทำเป็นหนังสือ โดยควรระบุข้อโต้แย้ง ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานประกอบให้ครบถ้วน ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กฟผ. การปล่อยให้พ้นกำหนดเวลาอาจทำให้การใช้สิทธิในภายหลังมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการของ ศาลปกครอง
ประเด็นค่าทดแทนที่ควรพิจารณา:
ค่าทดแทนในคดีเกี่ยวกับเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาที่ดินตามตัวเลขประเมินเท่านั้น แต่ควรพิจารณาความเสียหายจริงจากภาระจำกัดสิทธิ เช่น ไม่สามารถปลูกสร้างหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ตามเดิม ผลกระทบต่อมูลค่าที่ดิน การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และความเสียหายต่อต้นไม้หรือพืชผล การรวบรวมเอกสารสิทธิ ภาพถ่าย แผนที่ รายการทรัพย์สิน และหลักฐานราคาซื้อขายในพื้นที่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ข้อควรระวังในการดำเนินคดี:
ข้อพิพาทลักษณะนี้มักเกี่ยวข้องกับทั้งข้อเท็จจริงทางพื้นที่และข้อกฎหมายปกครอง โดยเฉพาะกรณีที่มีการปรับแก้ทิศทางและแนวเขตจากแนวเดิม ผู้ได้รับผลกระทบจึงควรตรวจสอบหนังสือแจ้ง แผนผังแนบท้ายประกาศ รายงานสำรวจ และรายละเอียดค่าทดแทนตั้งแต่ต้น หากพบความคลาดเคลื่อนหรือไม่เป็นธรรม ควรรีบขอคำปรึกษาจาก ที่ปรึกษาคดีปกครอง เพื่อป้องกันการเสียสิทธิจากระยะเวลาอุทธรณ์หรือระยะเวลาฟ้องคดี
บทสรุปทางกฎหมาย:
ประกาศกำหนดเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าฉบับนี้เป็นกฎหมายเฉพาะที่มีผลต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชนในพื้นที่ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน แม้รัฐมีอำนาจดำเนินโครงการเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่การใช้อำนาจดังกล่าวต้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และต้องมีค่าทดแทนที่เหมาะสม หากประชาชนเห็นว่าถูกกระทบสิทธิเกินสมควร ย่อมมีช่องทางอุทธรณ์ คัดค้าน และดำเนิน คดีปกครอง เพื่อคุ้มครองสิทธิของตน
คำสำคัญ:
คดีปกครอง, ศาลปกครอง, การเพิกถอนคำสั่ง, สิทธิการอุทธรณ์, ค่าทดแทนที่ดิน, เขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า, กฟผ., ทนายความคดีปกครอง, ที่ปรึกษาคดีปกครอง
———————————————
สำนักงานกฎหมาย พฤกษ์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
สำนักงานทนายความคดีปกครอง ทนายความคดีปกครอง
ทนายพฤกษ์ คดีปกครอง
– ปรึกษาคดี ติดต่อ 063-6364547
– Line: @prueklaw